การวัดผลการศึกษา ปวช.

การวัดผลการศึกษา

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2557

ทุกสาขาวิชา

การเป็นนักศึกษา

     ผู้เข้าเรียนจะมีสภาพนักศึกษา เมื่อได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษา

การพ้นสภาพและการคืนสภาพนักศึกษา

    1. การพ้นสภาพนักศึกษา ให้ปฏิบัติตามกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้

          1.1 สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
1.2 ลาออก
1.3 ถึงแก่กรรม
1.4 สถานศึกษาสั่งให้พ้นสภาพนักศึกษาในกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้

               ก. ขาดเรียนหรือขาดการฝึกอาชีพติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยสถานศึกษาและ/หรือสถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติกรรมอย่างอื่นที่แสดงว่าไม่มีความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียน หรือรับการฝึกอาชีพ
ข. ไม่มาติดต่อเพื่อรักษาสภาพนักศึกษา
ค. ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาหรือสถานประกอบการหรือของทางราชการ หรือประพฤติผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรงจนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่สถานศึกษา
ง. ต้องโทษคดีอาญา โดยคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท
จ. ขาดพื้นฐานความรู้หรือคุณสมบัติของผู้เข้าเรียน

     2. ผู้ที่พ้นสภาพนักศึกษา ตามข้อ 1.2, 1.4 ก และ 1.4 ข ถ้าประสงค์จะขอคืนสภาพเพื่อกลับเข้าเรียนในสถานศึกษาหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จะต้องยื่นคําร้องต่อสถานศึกษาภายใน 1 ปี นับแต่วันถัดจากวันพ้นสภาพนักศึกษา เมื่อสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นสมควรก็ให้รับเข้าเรียนได้

     3. การขอคืนสภาพเพื่อกลับเข้าเรียนตามข้อ 2 ให้ปฏิบัติ ดังนี้
3.1 ต้องเข้าเรียนภายในสัปดาห์แรกของภาคเรียน เว้นแต่กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน
3.2 ต้องเรียนตามหลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
3.3 ให้นําจํานวนหน่วยกิตของรายวิชาที่ประเมินได้ไว้ และเป็นรายวิชาที่ยังปรากฏอยู่ในหลัก สูตรนี้มานับรวมเพื่อพิจารณาตัดสินการสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

การพักการเรียน

     4. สถานศึกษาและสถานประกอบการอาจพิจารณาอนุญาตให้นักศึกษาลาพักการเรียนหรือฝึกอาชีพได้ตามเห็นสมควร เมื่อมีเหตุจําเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้
4.1 ได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษา หรือดูงาน หรือเป็นตัวแทนของสถานศึกษาหรือสถานประกอบการ ในการเข้าร่วมประชุม หรือกรณีอื่นๆ อันควรแก่การส่งเสริม
4.2 เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัว โดยมีคํารับรองของแพทย์ปริญญา
4.3 กรณีลาพักเพื่อรับราชการทหารกองประจําการให้ลาพักได้จนกว่าจะได้รับการนําปลด
4.4 เหตุจําเป็นอย่างอื่นตามสถานศึกษา หรือสถานประกอบการจะพิจารณาเห็นสมควรนักศึกษาที่ลา พักการเรียน ต้องชําระเงินค่ารักษาสภาพนักศึกษาตามที่กําหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการเก็บเงินบํารุงสถานศึกษา

     5. นักศึกษาที่ขออนุญาตลาพักการเรียน และ/หรือการฝึกอาชีพ ต้องยื่นคําขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยมีผู้ปกครองเป็นผู้รับรอง สําหรับผู้บรรลุนิติภาวะจะมีผู้รับรองหรือไม่ก็ได้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงลาพักการเรียนได้ มิฉะนั้นจะถือว่าขาดเรียน เว้นแต่เหตุสุดวิสัย

    6. สถานศึกษาสั่งให้นักศึกษาพักการเรียนได้ โดยปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการหรือระเบียบข้อบังคับของสถานประกอบการ

     7. การอนุญาตให้นักศึกษาลาพักการเรียนและการสั่งให้นักศึกษาพักการเรียน ให้สถานศึกษาทําหลักฐาน เป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ สําหรับผู้ที่บรรลุนิติภาวะสถานศึกษาจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบหรือไม่ก็ได้

     8. นักศึกษาที่ลาพักหรือถูกสั่งให้พักการเรียน และ/หรือการฝึกอาชีพ เมื่อครบกําหนดเวลาที่ลาพักหรือถูกสั่งให้พักการเรียนหรือการฝึกอาชีพแล้ว ให้ยื่นคําขอกลับเข้าเรียนพร้อมด้วยหลักฐานการอนุญาตให้ลาพัก หรือถูกสั่งให้พักการเรียนต่อผู้อํานวยการภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันครบกําหนด เมื่อได้รับอนุญาตก็ให้กลับเข้าเรียนได้ หากพ้นกําหนดนี้ให้ถือว่าพ้นสภาพนักศึกษา เว้นแต่เหตุสุดวิสัย

การลาออก

     1. นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกจากการเป็นนักศึกษา ต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับรองการลาออก เว้นแต่เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ
2. นักศึกษาที่ลาออกแล้วได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน ให้ถือว่านักศึกษาผู้นั้นมีสภาพนักศึกษามาตั้งแต่ภาคเรียนนั้นทุกประการ

การลงทะเบียนรายวิชา

     1. สถานศึกษาต้องจัดให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาต่างๆ ให้เสร็จก่อนวันเปิดภาคเรียน
2. การลงทะเบียนรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
3. นักศึกษาต้องลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเอง ตามวัน และเวลาที่สถานศึกษากําหนดพร้อมทั้งชําระเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามระเบียบว่าด้วยการเก็บเงินบํารุงการศึกษา
4. สถานศึกษาอาจให้นักศึกษา ลงทะเบียนรายวิชาภายหลังกําหนด แต่ต้องไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือไม่เกิน 5 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน
5. นักศึกษา ที่มิได้ลงทะเบียน ภายในเวลาที่สถานศึกษากําหนด ต้องติดต่อลาพักการเรียน ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันปิดการลงทะเบียน
6. รายวิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่องกันเป็นลําดับ ตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตร นักศึกษาต้องลงทะเบียนรายวิชาต้นก่อน จึงจะมีสิทธิลงทะเบียนรายวิชาถัดไป

การเปลี่ยน การเพิ่ม และการถอนรายวิชา

     1. นักศึกษาจะขอเปลี่ยนรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว หรือขอเพิ่มรายวิชาต้องกระทําภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือภายใน 5 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน ส่วนการขอถอนรายวิชา ต้องกระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนหรือภายใน 10 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน
2. การขอเปลี่ยน ขอถอน หรือขอเพิ่มรายวิชา ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ฝ่ายวิชาการ

การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการสอบ

     1. ในภาคเรียนหนึ่งๆ นักศึกษาที่เรียนในชั้นเรียนต้องมีเวลาเรียนในแต่ละรายวิชาไม่ต่ํากว่าร้อยละ 80 จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปลายภาคเรียน
2. การนับเวลาเรียนให้ปฏิบัติ ดังนี้
(1) เวลาเปิดเรียนเต็มตามปกติ ไม่น้อยกว่าภาคเรียนละ 18 สัปดาห์
(2) นักศึกษา ที่ลาออกแล้ว ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกันให้นับเวลาเรียนที่เรียนแล้วมารวม
(3) รายวิชาที่มีผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และแยกกันสอนให้นําเวลาเรียนที่เรียนกับผู้สอนทุกคนมารวมกัน

การขออนุญาตเลื่อนการสอบ

     1. นักศึกษา ที่ไม่สามารถเข้าสอบตามวัน และเวลาที่สถานศึกษากําหนด อาจขออนุญาตเลื่อนการสอบได้ในกรณี ต่อไปนี้
(1) ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยระหว่างสอบหรือก่อนสอบ
(2) มีความจําเป็นอย่างอื่น โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความจําเป็นอย่างแท้จริง
2. นักศึกษา ที่ประสงค์จะขออนุญาตเลื่อนการสอบ ต้องยื่นคําร้องพร้อมหลักฐานประกอบต่อสถานศึกษาก่อนการสอบไม่น้อยกว่า 3 วัน

วิธีประเมินผลการเรียน

     1. การประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา ให้ดําเนินการประเมินตามสภาพจริงต่อเนื่องตลอดภาคเรียนด้านความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะอันพึงประสงค์จากกิจกรรมการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานที่มอบหมาย ซึ่งสมมรถะรายวิชาครอบคลุมจุดประสงค์และเนื้อหาวิชาโดยใช้เครื่องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม

     ให้มีการประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินสรุปผลการเรียนโดยพิจารณาจากการประเมินแต่ละกิจกรรม และงานที่มอบหมายในอัตราส่วนตามความสําคัญของแต่ละกิจกรรมหรืองานที่มอบหมาย

     ให้ดําเนินการประเมินผลการเรียนนักศึกษาอาชีวะศึกษาระบบทวิภาคี จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตามวิธีการที่ครูฝึกและอาจารย์นิเทศการฝึกงานกําหนด

     2. ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้

          4.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

          3.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

          3.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี

          2.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้

          2.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้

          1.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อน

          1.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก

           0 หมายถึง ผลการเรียนตก

     3. รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรียน ตามข้อ ไม่ได้ ให้ใช้ตัวอักษร ต่อไปนี้

          ข.ร. หมายถึง ขาดเรียนไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินสรุปผลการเรียนเนื่องจากมีเวลาเรียนต่ํากว่าร้อยละ 80 โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

          ข.ป. หมายถึง ขาดการปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานไม่ครบ โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

          ข.ส. หมายถึง ขาดการประเมินสรุปผลการเรียน โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

          ถ.ล. หมายถึง ถอนรายวิชาภายหลังกําหนด โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

          ถ.น. หมายถึง ถอนรายวิชาภายในกําหนด

          ท. หมายถึง ทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทํา

          ม.ส. หมายถึง ไม่สมบูรณ์เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้งและหรือไม่ส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกําหนดด้วยเหตุจําเป็นอัน                                        สุดวิสัย

          ม.ท. หมายถึง ไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทนการประเมินส่วนที่ขาดของรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ภายในภาคเรียนถัดไป

          ผ. หมายถึง ได้เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนด และผลการประเมินผ่าน

          ม.ผ. หมายถึง ไม่เข้าร่วมกิจกรรม หรือผลการประเมินไม่ผ่าน

          ม.ก. หมายถึง การเรียนโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

     4. ในกรณีต่อไปนี้ให้ตัดสินผลการเรียนเป็นระดับ 0 (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา

          (1) ได้ ข.ร.                 (2) ได้ ข.ป.

          (3)ได้ ข.ส.                 (4) ได้ ถ.ล.

          (5) ได้ ท.                   (6) ได้ ม.ท.

     5. นักศึกษาที่ทําการทุจริตหรือส่อเจตนาทุจริตในการสอบ หรืองานที่มอบหมายให้ทําในรายวิชาใด ให้พิจารณาโทษตามสถานความผิด ดังนี้
(1) ให้คะแนน 0 (ศูนย์) เฉพาะครั้งนั้น หรือ
(2) ให้ได้รับระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานั้น หรือ
(3) ให้ได้ระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานั้น และตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติที่สถานศึกษากําหนด

     6. การคํานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(1) ให้นําผลบวกของผลคูณระหว่างจํานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับระดับผลการเรียนหารด้วยผลบวกของจํานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา คิดทศนิยมสองตําแหน่งไม่ปัดเศษ
(2) ให้คํานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย จากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนรายวิชาที่นักศึกษาเรียนซ้ำเรียนแทน ให้ใช้ระดับผลการเรียนสุดท้ายและนับจํานวนหน่วยกิตมาเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว
(3) ให้คํานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ดังนี้

               (ก) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจําภาคเรียน คํานวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตาม (2) เฉพาะในภาคเรียนหนึ่งๆ

               (ข) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม คํานวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดับผลการเรียนตาม (2) ตั้งแต่สองภาคเรียนขึ้นไปวิชาและสาขา

     7. ผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้ง ต้องรับการประเมินทดแทนส่วนที่ขาด ภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากพ้นกําหนดนี้ให้ถือว่าไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทน (ม.ท.) ยกเว้น มีเหตุจําเป็นอันสุดวิสัย ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการพิจารณาเป็นรายๆ ไป

     ผู้ที่ได้ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกําหนด ส่งงานนั้นให้สมบูรณ์ภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากพ้นกําหนด ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการทําการตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุจําเป็นอันสุดวิสัย ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการพิจารณา

     ในกรณีนี้ ให้ผู้สอนหรือครูฝึกรายงานให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ควบคุมการฝึกทราบทุกราย

     8. นักศึกษาต้องรับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนครบทุกรายวิชาตาม โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชา สาขาวิชา แต่ละสาขางานหรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเห็นสมควร

     9. ให้ระดับผลการประเมิน ในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ดังนี้
ผ่าน      หมายถึง  ผลการประเมินผ่านเกณฑ์
ไม่ผ่าน  หมายถึง  ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

การตัดสินผลการเรียน

     1. การตัดสินผลการเรียนให้เป็นไปตามนัย ดังนี้
(1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา
(2) รายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับ 1 ขึ้นไป ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจํานวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นเป็นจํานวนหน่วยกิตสะสม
(3) เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว นักเรียนที่มีผลการเรียนตก 0 (ศูนย์) ให้รับการประเมินใหม่ได้ 1 ครั้ง ภายในเวลาที่สถานศึกษาหรือสถานประกอบการกําหนดไม่เกิน 10 วัน หลังจากประกาศผลการเรียน เว้นแต่ มีเหตุจําเป็นอันสุดวิสัย หากประเมินใหม่ไม่ผ่านถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กําหนดให้เรียนแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ําหรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้
(4) การประเมินใหม่ ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน 1
(5) เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว นักศึกษาที่มีผลการเรียนระดับ 0 (ศูนย์) ตามที่กําหนดไว้ในข้อ 4(2) ถึง 4(6) ข้อ 5(2) และข้อ 5(3) ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กําหนดให้เรียนในแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาให้เรียนซ้ํารายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ําหรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

     ในกรณีที่ให้เรียนรายวิชาอื่นแทนให้ลงหมายเหตุใน รบ.1 ปวช. ว่าให้เรียนแทนวิชาใด

     2. การตัดสินผลการเรียน เพื่อสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ให้ถือเกณฑ์ต่อไปนี้
(1) ประเมินผ่านรายวิชาในหมวดวิชาต่างๆ ครบตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา
(2) ได้จํานวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา
(3) ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ํากว่า 2.00 และผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพตามเกณฑ์ที่กําหนด
(4) ได้เข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมีเวลาเข้าร่วม ปฏิบัติกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียนและต้อง                      ผ่านจุดประสงค์สําคัญของ กิจกรรม

     หากนักศึกษามีเวลาเข้าร่วมปฎิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่ำกว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในภาคเรียนใด โดยเหตุสุดวิสัย ให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันเป็นรายๆ ไป

     เมื่อนักศึกษาได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรครบถ้วนในภาคเรียนใดๆ ให้บันทึกชื่อกิจกรรมและตัวอักษร “ผ” ในระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนนั้น ซึ่งหมายถึง “ผ่าน” หากนักศึกษาได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่ครบถ้วน หรือไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเลย ให้สถานศึกษาพิจารณามอบงานหรือกิจกรรมในส่วนที่นักศึกษาผู้นั้นไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติให้ปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในเวลาที่สถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร

     3. ให้หัวหน้าสถานศึกษา เป็นผู้อนุมัติผลการเรียนและการสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

     สําหรับรายวิชาที่เรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการให้ผู้ควบคุมการฝึกและอาจารย์นิเทศร่วมกันประเมินผลการเรียน

     4. นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะเรียนรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ํากว่า 2 หรือเลือกเรียนรายวิชาอื่นแทน ถ้าเป็นรายวิชาเลือก เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้สูงขึ้นให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการดำเนินการให้เรียนซ้ําหรือเรียนแทนภายในเวลาที่เห็นสมควร

     การเรียนรายวิชา ให้นับจํานวนหน่วยกิตสะสมเพียงครั้งเดียว ส่วนการเรียนแทนให้นับเฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม

     5. เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 40 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ํากว่า 1.50 ให้สถานศึกษาพิจารณาควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา

     เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรียน และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ํากว่า 1.75 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา

     เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 6 ภาคเรียน และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ํากว่า 1.90 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา

     6. นักศึกษาที่ได้เรียนหรือฝึกอาชีพตามปกติ ประเมินใหม่หรือเรียนซ้ํา หรือเรียนแทนวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) และระดับผลการเรียนต่ํากว่า 2 หรือเทียบโอนผลการเรียนรู้มาเป็นเวลา 8 ภาคเรียนแล้วแต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสําเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรที่กําหนดไว้ในข้อ 2 แห่งระเบียบนี้ ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 12 ภาคเรียน นับแต่วันขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา โดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียนรวมเข้าด้วย