วิชา การประมวลผลข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Processing)
 
เนื้อหารายวิชา
หน่วยที่  4
ระบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
ระบบการประมวลผลแบบออฟไลน์ (Off-line processing)
ระบบการประมวลผลแบบเชิงกลุ่ม (Batch processing)
ระบบการประมวลผลแบบเวลาจริง (Real-Time processing)
ระบบการประมวลผลแบบออนไลน์ (On-Line processing)
ระบบการประมวลผลแบบแบ่งเวลา (Timesharing)
ระบบการประมวลผลแบบโปรแกรมเดียว (Single Programming)
ระบบการประมวลผลแบบหลายโปรแกรม (Multiprogramming)
   
ระบบการประมวลผลแบบออฟไลน์ (Off-line processing)
          ระบบ Off-line นี้เป็นการทำงานในลักษณะเตรียมการทางด้านข้อมูล หรือกล่าวให้ง่ายต่อการเข้าใจก็คือ Off-line processing คือการเปลี่ยนรูปหรือเปลี่ยนสื่อข้อมูลจากสื่อที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานร่วมด้วยได้ มาเป็นรูปแบบของสื่อหรือข้อมูลที่คอมพิวเตอร์สามารถทำงานร่วมได้ (เช่น เปลี่ยนข้อมูลจากในสมุดบัญชีมาใส่ไว้ใน Disk ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลข้อมูลได้ ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในสมุดบัญชีแล้ว คอมพิวเตอร์จะไม่สามารถประมวลผลข้อมูลนี้ได้เลย)
     
ระบบการประมวลผลแบบเชิงกลุ่ม (Batch processing)
        การประมวลผลแบบนี้ เป็นลักษณะการประมวลผลแบบสามารถกำหนดเวลาได้ว่าจะดำเนินการเมื่อไร เช่น ทุกสิ้นวันสัปดาห์ หรือสิ้นเดือน สิ้นปี เป็นต้น (เช่นการคิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงินทุกช่วงสิ้นปี, การหักยอดสินค้า (Update)ในตอนเย็นของทุกวันเพื่อทราบสินค้าคงเหลือ) หรืองานที่มีข้อมูลเกิดขึ้นแต่ยังไม่จำเป็นที่จะต้องประมวลผลในตอนนั้นก็จะรวบรวมไว้ก่อนจนได้จำนวนหนึ่ง
      เนื่องจากการประมวลผลแบบนี้ ไม่ใช่การทำงานแบบตอบสนองหรือให้ Output แบบทันทีทันใด (interactive) ดังนั้นสื่อบันทึกข้อมูลจึงสามารถใช้ Tape ได้
     
ระบบการประมวลผลแบบเวลาจริง (Real-Time processing)

    การประมวลผลแบบนี้คือ การประมวลผลข้อมูลจากสถานที่จริงจากเวลาและเหตุการณ์จริง โดยปกติแล้วจะทำควบคู่กับแบบ On-line processing (On-line processing ก็คือการทำงานแบบตอบสนองหรือให้ Output แบบทันทีทันใด) ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่า "on-linereal-time" การประมวลผลประเภทนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำ Output ที่ได้ไปใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหา และดำเนินการต่าง ๆ ได้ทันท่วงที หรือทันกาล ตัวอย่างเช่น การนำคอมพิวเตอร์มาต่อเชื่อมกับเครื่องตรวจจับป้องกันไฟไหม้ (โดยกำหนดว่าถ้ามีควันมากและอุณหภูมิสูงผิดปกติถือว่าเกิดไฟไหม้) ซึ่งคอมพิวเตอร์จะต้องนำข้อมูล (จากสถานที่เหตุการณ์และเวลาจริง) มาประมวลผลอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และถ้าประมวลผลแล้วพบว่าไฟไหม้ คอมพิวเตอร์ก็จะสั่งให้น้ำยาดับเพลิงที่ติดตั้งไว้ทำงาน (ตอบสนองทันที) การที่คอมพิวเตอร์ฉีดทันทีเราอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลจากการทำงานแบบ On-line นั่นเอง

     
ระบบการประมวลผลแบบออนไลน์ (On-Line processing)

     ระบบ On-line processing สามารถป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงจากที่ใด ๆ ก็ได้ที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์รอเอาไว้พร้อมแล้ว ทำให้สามารถป้อนข้อมูลที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้ทันที เช่น ATM

     ระบบ On-line นี้ ปัจจุบันเป็นที่นิยมแพร่หลายใช้กันทั่วไปบางครั้งอาจเรียกระบบนี้ว่า On-line Transaction Processing System (OLTP) เป็นระบบ ที่อำนวยในด้านความรวดเร็วทันใจในการบริการให้แก่ลูกค้า โดยเมื่อป้อนข้อมูลเข้าเครื่องแล้ว หน่วยประมวลผลกลาง จะทำการตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็ว จึงเป็นระบบที่แพร่หลายในธุรกิจที่เกี่ยวกับงานบริการมาก เช่น งานธนาคาร งานโรงแรม และงานธุรกิจสายการบิน เป็นต้น

     
ระบบการประมวลผลแบบแบ่งเวลา (Timesharing)
      บางครั้งก็เรียกระบบนี้ว่า Multitasking ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตจะอิงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (คือเครื่อง mini หรือ mainframe ซึ่งเป็นเครื่องแบบมี CPU หลายตัว) เป็นการประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำการประมวลผลข้อมูลให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนในเวลาเดียวกัน โดยคอมพิวเตอร์แบ่งเวลาสลับทำให้คนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความเร็วสูงมาก จนบางครั้งผู้ใช้แต่ละคนนึกว่าตนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กำลังใช้เครื่องอยู่ เพราะ (รู้สึกว่า) คอมพิวเตอร์ ทำงาน (ตอบสนอง) ให้กับตนอยู่ตลอดเวลา หรือกล่าวให้ง่ายต่อการเข้าใจก็คือ CPU หลายตัวจะแบ่งหรือช่วยกันทำงานนั่นเอง
     
ระบบการประมวลผลแบบโปรแกรมเดียว (Single Programming)
        ในยุคแรกนั้น คอมพิวเตอร์แบบ PC (personal computer) เป็นคอมพิวเตอร์แบบใช้ได้ทีละคนและทำได้ทีละหนึ่งงานหรือหนึ่งโปรแกรม (เช่น โปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องเป็น DOS ถ้าผู้ใช้จะเขียนแบบก็ไม่สามารถใช้ซอฟต์แวร์อีกตัวเปิดเพลงฟังได้ในขณะเดียวกัน) ภายใต้ CPU เพียงตัวเดียว โดยการทำงานในระบบโปรแกรมเดียว เมื่อเครื่องประมวลผลเสร็จ และแสดงผลลัพธ์ออกมาแล้วจึงค่อยนำงานหรือโปรแกรมชุดใหม่ใส่ให้เครื่องประมวลผลต่อไป ซึ่งเป็นการเสียเวลามาก ประสิทธิภาพในการทำงานต่ำ
     
ระบบการประมวลผลแบบหลายโปรแกรม (Multiprogramming)

       ปกติเมื่อกล่าวถึง Multiprogramming แล้วจะอิงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ PC (ซึ่งปกติจะมี CPU เพียงตัวเดียว) สาเหตุที่สามารถทำงานในลักษณะนี้ได้เป็นเพราะขีดความสามารถาของโปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของเครื่อง (OS) นั่นเอง

       ถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าความเป็นไปได้ของความสามารถที่จะทำงานแบบนี้ได้นั้นขึ้นอยู่กับ Software (คือ OS นั่นเอง แต่การทำงานนั้นขึ้นอยู่กับ Hadrware และ Software) เพื่อให้เครื่องสามารถทำงานหลาย ๆ งาน (คำว่างานในที่นี้หมายถึงงานของผู้ใช้เครื่องคนเดียวกัน) พร้อมกัน (เช่น ภายใต้ Microsoft Windows ผู้ใช้สามารถเปิดเพลงฟังได้ขณะใช้ซอฟต์แวร์อีกตัวทำงานเขียนแบบ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์คนละตัวกัน ภายใต้ CPU ตัวเดียวกัน) ซึ่งจะนำโปรแกรมส่งเข้าไปในหน่วยความจำออกเป็นส่วน ๆ ที่เรียกว่า Partition โปรแกรมของงานหนึ่งจะถูกเก็บไว้ใน Partition หนึ่ง ขนาดของ Partition ไม่จำเป็นต้องเท่ากันและยังสามารถทำการประมวลผลทั้งสองโปรแกรมต่อเนื่องกันได้ เป็นการทำงานแบบหมุนเวียนหลาย ๆ งานควบคู่กันไป ในขณะที่งานใดงานหนึ่งรอส่งข้อมูลเข้าหรือออก ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์อย่างมาก